สสจ.โคราช เผยสถานการณ์เอดส์โคราชยังน่าห่วง กลุ่มเสี่ยง ไซไลน์-ชายรักชาย เป็นเอดส์เพิ่มเฉลี่ยปีละ 300 ราย ออกมาตรการเชิงรุกดึงวิทยุชุมชน - สื่อท้องถิ่น ร่วมประชาชนสัมพันธ์ลดการติดเชื้อเอดส์...
เมื่อช่วงสายของวันนี้ ( 6 มี.ค. 2553) นางบุญช่วย นาสูงเนิน หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันและควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ของโรคเอดส์ของ จ.นครราชสีมา ที่ผ่านมาได้อบรมทักษะการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชน โดยมีผู้บริหารสถานีวิทยุชมชนและสื่อมวลชนท้องถิ่นใน จ.นครราชสีมา ให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมเป็นไปอย่างดี เนื่องจากปัจจุบันพบกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดนครราชสีมา ที่โอกาสได้รับเชื้อเอชไอวี มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนวัยรุ่น กลุ่มชายรักชาย และกลุ่มหญิงขายบริการอิสระ ที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มอื่น
ล่าสุด สถานการณ์ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ในจังหวัดนครราชสีมา ที่เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนทั้งสิ้น 5,747 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี มากที่สุด คือ ช่วงอายุระหว่าง 30-34 ปี จำนวน 1,802 ราย คิดเป็น 27.1 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา อายุระหว่าง 25-29 ปี จำนวน 1,333 ราย คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มอายุ ระหว่าง 35-39 ปี จำนวน 1,167 ราย คิดเป็น 17.6 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มอายุ ระหว่าง 20-24 ปี จำนวน 627 ราย คิดเป็น 9.4 เปอร์เซ็นต์ และ กลุ่มอายุ ระหว่าง 40-44 ปี จำนวน 580 ราย คิดเป็น 8.7 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเด็กอายุระหว่าง 0-9 ขวบ จำนวน 221 ราย คิดเป็น 3.33 เปอร์เซ็นต์ และ กลุ่มอายุ 10-14 ปี จำนวน 17 ราย คิดเป็น 0.2 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มที่มีอายุน้อยจะมีสัดส่วนระหว่างเพศชายกับเพศหญิงใกล้เคียงกัน แต่ในกลุ่มอายุ ที่เป็นวัยแรงงานจะพบเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี มีแนวโน้มที่สูงขึ้นกว่าเดิมในทุกๆปี
นางบุญช่วย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์และจำนวนผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยหลักแล้วข้อมูลจะมาจากการแจ้งของโรงพยาบาลต่างๆ ถึงจำนวนของผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ที่มีการรักษาตัวอยู่และผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนเพื่อมารับยาที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ที่ติดเชื้อรายใหม่ จะได้ข้อมูลมาจากศูนย์เฝ้าระวังผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดพบว่า มีกลุ่มผู้ติดเชื้อสมัครใจเข้ามาขอรับการรักษาเพิ่มขึ้น โดยในปี 2553 นี้ ทั้งประเทศมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 8,000 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จะเข้ารับการรักษาเพียง 7,000 ราย / ปี ถึง 1,000 ราย แต่ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลจำนวนผู้ป่วยที่แน่นอนนั้นยังไม่สามารถจะระบุได้แน่ชัด เนื่องจากเหตุการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากเดิมเพราะผู้ป่วยบางรายที่ติดเชื้อ มีอายุยืนขึ้นและมีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้น จึงทำให้ระบบข้อมูลมีการคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามในแต่ละปีหากไม่มีการควบคุมอย่างเป็นขั้นตอน ประเทศไทยจะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเพิ่มมากขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 5 - 6 หมื่นราย แต่หลังจากได้มีการควบคุมเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ จากเดิม 5 - 6 หมื่นราย เหลือเพียง 7 - 8 พันรายต่อปีและมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ จากการสำรวจล่าสุดพบว่า ประมาณ 30 - 40 % จากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ คือกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ชายกับชายด้วยกันซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการป้องกันตัวเอง และกลุ่มเยาวชนที่เป็นกลุ่มขายบริการอิสระ ที่ไม่มีสังกัด เนื่องจากหากเป็นกลุ่มผู้ขายบริการตามสถานบันเทิงต่างๆ กลุ่มนี้จะเป็นระบบสามารถให้ความรู้และจะตรวจโรคอยู่เป็นประจำ แตกต่างกับผู้ขายบริการอิสระที่ไม่รู้ว่าจะมีการตรวจโรคหรือไม่
นางบุญช่วย กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี ที่จังหวัดนครราชสีมา ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่หากเทียบกับจำนวนประชากรโดยเฉลี่ยแล้ว จากจำนวนประชากร ประมาณ 2 ล้าน 6 แสน คน จะพบผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี จากกลุ่มเยาวชนชายรักชายและหญิงขายบริการอิสระเฉลี่ยสูงถึงปีละกว่า 300 ราย ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็น ทั้งนี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคเอดส์ตามสถานศึกษาทุกแห่ง พร้อมทั้งรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคเอดส์อย่างเร่งด่วนแล้ว รวมถึงการจัดสัมมนาให้แก่วิทยุชุมชนแลสื่อท้องถิ่นต่างๆภายในจังหวัด เพื่อให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงให้ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น