วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ยะลา-สระบุรีจัดกิจกรรมวันเอดส์โลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 ธ.ค.) สาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้จัดงานรณรงค์ วันเอดส์โลก ภายใต้คำขวัญ “ทั่วถึง เท่าเทียม คือสิทธิมนุษยชน” เนื่องจากวันที่ 1 ธันวาคม ...วันเอดส์โลกองค์การอนามัยโลกได้กำหนดวันโรคเอดส์แห่งโลกขึ้นเริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ.2531 เป็นต้นมา โดยได้กำหนดให้ วันที่ 1ธันวาคมของทุกปีเป็นวันรวมใจต้านภัยเอดส์ หรือ World AIDSDay เพื่อให้ประเทศต่างๆทั่วโลกจัดกิจกรรมรณรงค์ตามแนวคิดที่กำหนดโดยพร้อม เพรียงกัน โดยคำขวัญรณรงค์ต้านภัยเอดส์ในวันเอดส์โลกปีนี้ คือ“ทั่วถึง เท่าเทียม คือสิทธิมนุษยชน”(Universal Access and Human Right) เพื่อกระตุ้นเตือนสังคมให้ตระหนักถึงภัยคุกคามโรคเอดส์และส่งเสริมความรู้ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์
นายแพทย์สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวถึงสถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทย ข้อมูลณ วันที่ 31 ต.ค.2552 พบว่า มีผู้ป่วยเอดส์จำนวน 358,260 รายเสียชีวิตแล้ว 95,983 ราย โดยในปีนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,753 ราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 1.33 คนหรือวันละ 32 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและกลุ่มแม่บ้านสำหรับจังหวัด ยะลาเริ่มมีรายงานผู้ป่วยเอดส์ครั้งแรกในปี 2531 จนถึงขณะนี้ ณ วันที่ 31 ต.ค.2552 มีผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อมีอาการรวม1,544 คน เพศชาย1,090 คน เพศหญิง454 คนพบมากที่สุด อำเภอเมืองยะลาและเบตง
นพ.สาธารณสุข จ.ยะลา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการ ที่ไม่สามารถแสดงข้อมูลตัวเลขได้ โดยบุคคลเหล่านี้ยังปกปิดตนเองต่อคนรอบ ข้างชุมชนและสังคมอยู่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลากล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันควบคุมโรคเอดส์ จังหวัดยะลา ได้มีมาตรการเร่งรัดการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่โดยใช้การสื่อสาร สาธารณะการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ป้องกันการติดเชื้อในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย แม่บ้าน วัยรุ่น ผู้ใช้แรงงานและพนักงานบริการ โดยเน้นการสร้างความรู้ ความตระหนัก ทักษะการป้องกัน และการประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
นพ.สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยจะเน้นให้เข้าถึงการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสอย่างครอบคลุมทั่วถึง ภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสามารถเข้าถึงบริการทางสังคมได้ในกลุ่มเยาวชนพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้ เป็นเครือข่ายแกนนำด้านการป้องกันโรคเอดส์ในสถานศึกษาเพื่อให้เยาวชนมีโอกาส คิดและดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาเอดส์ในกลุ่มเยาวชนด้วยกัน อีกทั้งอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อป้องกันเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในชุมชนท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ นายแพทย์วิทยา ศุภรพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี กล่าวในฐานะประธานเปิดงาน รณรงค์ "วันเอดส์โลก" ที่ ศูนย์การค้า สุขอนันต์ ปาร์ค อ.เมือง จังหวัดสระบุรี ว่า โรคเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี ขณะนี้ จังหวัดสระบุรีมีผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์แล้ว จำนวน 4,057 คน โดยพบปัญหาในทุกพื้นที่ ทุกอาชีพ แนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นพวกวัยรุ่น และ เยาวชน เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีค่านิยมที่เปลี่ยนแปลง การมีเพศสัมพันธ์อายุน้อย พบผู้ที่เป็นเอดส์จำนวนมากที่สุด 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองจำนวน 2,841 คน อ.พระพุทธบาท จำนวน 409 คนและ อ.แก่งคอย จำนวน 278 คน คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จึงขอให้ป้องกัน ถ้ามีเพศสัมพันธ์ต้องสวมถุงยางทุกครั้ง
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ตร.กวาดล้าง3รายส่งยาบ้าลอตใหญ่
โคราชห่วงโรคเอดส์ระบาดกลุ่มเสี่ยงเพิ่มปีละ300
สสจ.โคราช เผยสถานการณ์เอดส์โคราชยังน่าห่วง กลุ่มเสี่ยง ไซไลน์-ชายรักชาย เป็นเอดส์เพิ่มเฉลี่ยปีละ 300 ราย ออกมาตรการเชิงรุกดึงวิทยุชุมชน - สื่อท้องถิ่น ร่วมประชาชนสัมพันธ์ลดการติดเชื้อเอดส์...
เมื่อช่วงสายของวันนี้ ( 6 มี.ค. 2553) นางบุญช่วย นาสูงเนิน หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันและควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ของโรคเอดส์ของ จ.นครราชสีมา ที่ผ่านมาได้อบรมทักษะการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชน โดยมีผู้บริหารสถานีวิทยุชมชนและสื่อมวลชนท้องถิ่นใน จ.นครราชสีมา ให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมเป็นไปอย่างดี เนื่องจากปัจจุบันพบกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดนครราชสีมา ที่โอกาสได้รับเชื้อเอชไอวี มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนวัยรุ่น กลุ่มชายรักชาย และกลุ่มหญิงขายบริการอิสระ ที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มอื่น
ล่าสุด สถานการณ์ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ในจังหวัดนครราชสีมา ที่เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนทั้งสิ้น 5,747 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี มากที่สุด คือ ช่วงอายุระหว่าง 30-34 ปี จำนวน 1,802 ราย คิดเป็น 27.1 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา อายุระหว่าง 25-29 ปี จำนวน 1,333 ราย คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มอายุ ระหว่าง 35-39 ปี จำนวน 1,167 ราย คิดเป็น 17.6 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มอายุ ระหว่าง 20-24 ปี จำนวน 627 ราย คิดเป็น 9.4 เปอร์เซ็นต์ และ กลุ่มอายุ ระหว่าง 40-44 ปี จำนวน 580 ราย คิดเป็น 8.7 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเด็กอายุระหว่าง 0-9 ขวบ จำนวน 221 ราย คิดเป็น 3.33 เปอร์เซ็นต์ และ กลุ่มอายุ 10-14 ปี จำนวน 17 ราย คิดเป็น 0.2 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มที่มีอายุน้อยจะมีสัดส่วนระหว่างเพศชายกับเพศหญิงใกล้เคียงกัน แต่ในกลุ่มอายุ ที่เป็นวัยแรงงานจะพบเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี มีแนวโน้มที่สูงขึ้นกว่าเดิมในทุกๆปี
นางบุญช่วย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์และจำนวนผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยหลักแล้วข้อมูลจะมาจากการแจ้งของโรงพยาบาลต่างๆ ถึงจำนวนของผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ที่มีการรักษาตัวอยู่และผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนเพื่อมารับยาที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ที่ติดเชื้อรายใหม่ จะได้ข้อมูลมาจากศูนย์เฝ้าระวังผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดพบว่า มีกลุ่มผู้ติดเชื้อสมัครใจเข้ามาขอรับการรักษาเพิ่มขึ้น โดยในปี 2553 นี้ ทั้งประเทศมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 8,000 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จะเข้ารับการรักษาเพียง 7,000 ราย / ปี ถึง 1,000 ราย แต่ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลจำนวนผู้ป่วยที่แน่นอนนั้นยังไม่สามารถจะระบุได้แน่ชัด เนื่องจากเหตุการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากเดิมเพราะผู้ป่วยบางรายที่ติดเชื้อ มีอายุยืนขึ้นและมีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้น จึงทำให้ระบบข้อมูลมีการคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามในแต่ละปีหากไม่มีการควบคุมอย่างเป็นขั้นตอน ประเทศไทยจะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเพิ่มมากขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 5 - 6 หมื่นราย แต่หลังจากได้มีการควบคุมเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ จากเดิม 5 - 6 หมื่นราย เหลือเพียง 7 - 8 พันรายต่อปีและมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ จากการสำรวจล่าสุดพบว่า ประมาณ 30 - 40 % จากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ คือกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ชายกับชายด้วยกันซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการป้องกันตัวเอง และกลุ่มเยาวชนที่เป็นกลุ่มขายบริการอิสระ ที่ไม่มีสังกัด เนื่องจากหากเป็นกลุ่มผู้ขายบริการตามสถานบันเทิงต่างๆ กลุ่มนี้จะเป็นระบบสามารถให้ความรู้และจะตรวจโรคอยู่เป็นประจำ แตกต่างกับผู้ขายบริการอิสระที่ไม่รู้ว่าจะมีการตรวจโรคหรือไม่
นางบุญช่วย กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี ที่จังหวัดนครราชสีมา ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่หากเทียบกับจำนวนประชากรโดยเฉลี่ยแล้ว จากจำนวนประชากร ประมาณ 2 ล้าน 6 แสน คน จะพบผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี จากกลุ่มเยาวชนชายรักชายและหญิงขายบริการอิสระเฉลี่ยสูงถึงปีละกว่า 300 ราย ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็น ทั้งนี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคเอดส์ตามสถานศึกษาทุกแห่ง พร้อมทั้งรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคเอดส์อย่างเร่งด่วนแล้ว รวมถึงการจัดสัมมนาให้แก่วิทยุชุมชนแลสื่อท้องถิ่นต่างๆภายในจังหวัด เพื่อให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงให้ได้
เหมาะหรือไม่??
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่จำเป็นต้องดูข่าวสรยุทธในช่วงเช้า มีหลายครั้งที่รู้สึกไม่พอใจในการนำเสนอของพิธีกรชายคนนี้ (สรยุทธ) เป็นอย่างมาก แต่ก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ
จนเช้าวันนี้ (20 Nov) ดิฉันรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยวันนี้มีการพูดถึงนวัตกรรมใหม่ในการวัดขนาดอวัยวะเพศชายให้เหมาะสมกับถุงยาง
ทันทีที่มีการนำเสนอ ดิฉันรู้สึกได้ทันทีว่า พิธีกรชายคนนี้ต้องนำเสนอในแง่ลามกอนาจารเป็นแน่
และก็เป็นจริงอย่างที่คิด พิธีกรชายคนนี้เริ่มด้วยการพูดเป็นทีเล่นทีจริงถึงขนาดของคุณเอกราชต้องเท่านั้นเท่านี้ ฯลฯ
โดยในตอนแรกเข้าใจว่าจะมีคนทักท้วงว่าไม่ควรพูดเรื่องพวกนี้กัน
แต่ปรากฏว่า ไม่เป็นเช่นนั้น ยังมีการพูดเรื่องนี้กันต่อ แม้แต่ตอนพักโฆษณากลับมาแล้วก็ยังพูดเรื่องนี้กันต่อ
ไม่เข้าใจว่า การเป็นนักข่าวนั้นทำไมไม่รู้จักคิดก่อนพูด เจ้าของรายการปล่อยปละ ละเลยไม่ควบคุมดูแล
จึงอยากขอให้คุณแจ๋วริมจอช่วยเป็นสื่อกลางในเรื่องนี้ด้วย
ส่วนอีกเรื่องที่ไม่พอใจพิธีกรชายคนนี้ นั้นคือ การวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด"
"ชนิดา ปฎิการะพงศ์"
ครับ, สื่อทีวีมันเหมือน "ดาบสองคม" เพราะภาพและเสียง พร้อมๆกับปฏิกิริยาของผู้ดำเนินรายการ
ทำให้อารมณ์ร่วมของผู้ชมเห็นภาพลักษณ์ตามไปด้วย
บางเรื่องผู้คนรับได้...แต่บางเรื่องก็รับไม่ได้ เหมือนกรณีการวัดไซส์ของถุงยางอนามัยผู้ชาย
สนุกกันเอง...แต่คนดูส่วนใหญ่ไม่ สนุกด้วย!!